วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กศน.พุ่งเป้าพัฒนาการศึกษาอาชีพเน้นมีงานทำ เน้น 5 กลุ่มอาชีพ

        นาย ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มอบนโยบายแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายแผนงานจากสำนักงาน กศน.จังหวัด/อำเภอ เกือบ 400 คน ว่าการจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้ มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดยุทธศาสตร์ 2555 ภายใต้กรอบเวลา 2 ปี ที่จะพัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาคหลักของโลก “รู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพื่อแข่งขันได้ในเวทีโลก” และได้กำหนดภารกิจจะพัฒนายกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความ สามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ ที่มั่นคง โดยสำนักงาน กศน.ได้กำหนดหลักการในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำไว้ว่า ต้องเป็นการดำเนินงานที่มีความยืดหยุ่นด้านหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล ใน 5 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงกลุ่มจัดการและการบริการ โดยเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่างๆ โดยมุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานทำอย่างมี คุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง

        เลขาธิการ กศน.กล่าวอีกว่า สำนักงาน กศน.ได้นำนโยบายและยุทธศาสตร์ข้างต้นไปสู่การปฏิบัติเพื่อจัดการศึกษาพัฒนา อาชีพให้แก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนมีรายได้และมีงานทำอย่างยั่งยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล โดยจัดศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในรูปแบบใหม่ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ ประชาชนและประเทศชาติ.

เอามาจากเว็บไซตืครู กศน.ดอทคอมจ้า
http://www.krukorsornor.com/news-id516.html

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ภาระกิจ ของ คุณครู กศน.ตำบล.

กศน.ตำบล เป็นหน่วยงานในสังกัด กศน. อำเภอ มีฐานะเป็นหน่วยจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ในชุมชน 

กศน. ตำบล มีภาระกิจที่สำคัญ ดังนี้ 

1 จัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้า หมาย ในชุมชน อย่างน้อยปีละ 560 คน โดยจำแนกเป็นรายกิจกรรม ดังนี้ 
1.1 การศึกษานอกระบบ 260 คน ประกอบด้วย
1.1.1 การศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 60 คน
1.1.2 การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ จำนวน 20 คน
1.2.3 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต จำนวน 20 คน
1.2.4 การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน จำนวน 60 คน
1.2.5 การส่งเสริมการเรียนรู้ตามปรัชยาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 100 คน
1.2 การศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 300 คน

2 สร้าง และขยายภาคีเครือข่าย เพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน

3. ส่งเสริมและสนับสนุน การจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชนของภาคีเครือข่าย ทั้งในแง่ของความเข้มแข็งและความต่อเนื่องในการมีส่วนร่วม และศักยภาพในการจัด

4. จัดทำระบบข้อมูล สถิติ และสารสนเทศ เกี่ยวกับประชากรกลุ่มเป้าหมายและผลการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการ ศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาและแผนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย ทั้งในระดับชุมชนหรือระดับจุลภาค ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และภาพรวมระดับประเทศของสำนักงาน กศน.

5. จัดทำแผนงานโครงการ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประจำปีงบประมาณ เพื่อจัดกิจรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่ม เป้าหมาย และชุมชน และพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตามกรอบจุดเน้นการดำเนินงาน ของ สำนักงาน กศน. สำนักงาน กศน. จังหวัด และ กศน. อำเภอ ที่สังกัด เพื่อการสนับสนุนงบประมาณ จาก กศน. อำเภอ ที่สังกัด โดยในกรณีของการจัดกิจกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ยึดค่าใช้จ่ายรายหัวตามที่ มติคณะรัฐมนตรีกำหนด คูณด้วยจำนวนนักศึกษา 60 คน สำหรับกิจกรรมอื่นๆ นั้น จัดทำแผนงานโครงการเพื่อเสนอของบประมาณ ให้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจาก กศน. อำเภอ

6. ประสานและเชื่อมโยงการดำเนินงาน การจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การเรียนชุมชน และภาคีเครือข่ายในตำบล โดยมีการประสานแผนการดำเนินงานภายในตำบลที่รับผิดชอบและกับ กศน. อำเภอ ที่สังกัด ตามกรอบจุดเน้นการดำเนินงาน บนพื้นฐานของความเป็นเอกภาพด้านนโยบายและความหลากหลายในการปฏิบัติ

7. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในความรับผิดชอบ ตามระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เพื่อรับรองการประกันคุณภาพภายนอกของ กศน. อำเภอที่สังกัด

8. รายงานผลการดำเนินงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ต่อ กศน.อำเภอ ที่สังกัด ตามแผนหรือข้อตกลงที่กำหนดไว้

9. ปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย จาก กศน. อำเภอ สำนักงาน กศน. จังหวัด หรือ สำนักงาน กศน. และตามที่กฎหมาย กำหนด

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

กศน.อำเภอหนองหิน จัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปลายภาคเรียนที่ 1/2554


        เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน 2554 กศน.อำเภอหนองหิน สังกัด สำนักงาน กศน.จังหวัดเลย จัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปลายภาคเรียนที่ 1/2554 ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยใช้ โรงเรียนชุมชนหนองหิน เป็นสนามสอบ และ ได้รับการนิเทศ ตรวจเยี่ยม จาก สำนักงาน กศน.จังหวัดเลย โดย มีคณะครู กศน.อำเภอหนองหิน และคณะกรรมการอำนวยการประจำสนามสอบ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2554

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

สารผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก เนื่องในวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ 8 กันยายน 2554

สารผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก
เนื่องในวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ
๘ กันยายน ๒๕๕๔

   วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือในปีนี้ ขอเน้นเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่จำเป็นระหว่าง         การรู้หนังสือและสันติภาพ
   สันติภาพที่ยืนยาวย่อมอยู่บนรากฐานของความเคารพในสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมทางสังคม
   การรู้หนังสือคือพื้นฐานของการศึกษาทั้งมวลและของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิทธิมนุษยชนดังกล่าว
การรู้หนังสือเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดสันติภาพ เพราะเหตุที่การรู้หนังสือนำมาซึ่งประโยชน์ต่างๆ มากมาย อันส่งผลกระทบต่อมวลมนุษย์ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางด้านวัฒนธรรม สังคม การเมือง และเศรษฐกิจ
   การไม่รู้หนังสือของสังคมฐานความรู้ในปัจจุบันเปรียบได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคำว่าสังคมที่ถูกกีดกันหรือการเป็นสังคมชายขอบ
    ตัวเลขล่าสุด ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มีผู้ใหญ่ที่ขาดทักษะการรู้หนังสือขั้นพื้นฐาน จำนวน ๗๙๓ ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กหญิงและสตรี มีเด็กวัยประถมศึกษามากกว่า ๖๗ ล้านคน ที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนและมีเยาวชนวัยมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน ๗๒ ล้านคน ที่พลาดสิทธิทางการศึกษา ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดคนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้หนังสือ
   สถานการณ์ที่ไม่สามารถรับได้เช่นนี้ กำลังสะกัดกั้นความพยายามทั้งมวลที่จะลดความยากจนและความก้าวหน้าในการพัฒนามนุษย์
    ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานและเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคง
    การรู้หนังสือคือตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาและแรงผลักดันให้เกิดสันติภาพ
   ประการแรก การรู้หนังสือทำให้แต่ละบุคคลมีความเข้มแข็ง ด้วยมีทักษะและความมั่นใจในการแสวงหาข้อมูล ที่สำคัญอันทำให้รับรู้ทางเลือกมากมายที่ส่งผลโดยตรงต่อครอบครัวและชุมชน
   ประการที่สอง การรู้หนังสือเป็นเงื่อนไขหนึ่งสำหรับบุคคลแต่ละคนที่จะเข้าร่วมกระบวนการประชาธิปไตยอย่างมีประสิทธิผล รู้ที่จะเรียกร้องสิทธิ์จากองค์กรต่าง ๆ ในชุมชน มีความรู้ในเรื่องการเมือง เหล่านี้คือเหตุ   ที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดรูปแบบนโยบายสาธารณะที่มีคุณภาพ
       ประการที่สาม โครงการรู้หนังสือต่าง ๆ ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันดีขึ้น ด้วยทำให้ผู้คนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรู้จักแสดงออก อนุรักษ์และพัฒนาเอกลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม
     ไม่มีประเทศใดสามารถคาดหวังที่จะสร้างสภาพต่าง ๆ ที่จีรังยั่งยืนเพื่อให้เกิดสันติภาพได้ นอกเสียจากว่า     จะสามารถค้นพบวิธีการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างพลเมืองชาติด้วยระบบการศึกษาที่จัดให้เรียนร่วมกันอันจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจ ความนับถือ การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการพูดคุยสนทนาร่วมกัน
    นับเป็นเรื่องสำคัญที่จะบูรณาการเรื่องการรู้หนังสือเข้าไว้ในกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อเพาะเมล็ดพันธุ์ แห่งสันติภาพ ปลูกฝังการพูดคุยและการปรองดอง รวมทั้งการให้เยาวชนและผู้ใหญ่ได้มีทักษะต่าง ๆ         ตามต้องการ เพื่อการทำงานที่เหมาะสม
         รางวัลที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือในปีนี้ เป็นรางวัลที่ให้แก่โครงการต่าง ๆ ที่ใช้วิธีการใหม่ ๆ ที่แสดงถึงบทบาทสำคัญของการรู้หนังสือในการเสริมสร้างสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมทางเพศ การแก้ปัญหา         ข้อขัดแย้งและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ทุกโครงการเน้นให้เห็นจุดเด่นแม้ในบริบทที่ยากที่สุด โครงการส่งเสริมการรู้หนังสือที่มีคุณภาพดีๆ เหล่านี้ กำลังทำงานและนำการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนมาสู่ชีวิตของเยาวชนและผู้ใหญ่
        การลงทุนในโครงการส่งเสริมการรู้หนังสือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและเป็นทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่จำเป็น    การรู้หนังสือเป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์สำหรับส่งเสริมการพัฒนาและสันติภาพอย่างยั่งยืน     และถือเป็นเรื่องสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของการศึกษาเพื่อปวงชนและการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ
   โลกต้องการพันธกรณีทางการเมืองที่มีต่อการรู้หนังสือเพิ่มขึ้นและเป็นไปอย่างเร่งด่วน โดยให้ได้รับการสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ อย่างพอเพียงเพื่อขยายโครงการต่าง ๆ ที่มีประสิทธิผล ทุกวันนี้ ดิฉันได้กระตุ้นรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ องค์กรนานาชาติ สังคมพลเรือน และภาคเอกชน ในการทำให้การรู้หนังสือ          มีความสำคัญเชิงนโยบายเพื่อให้แต่ละคนได้พัฒนาศักยภาพ และร่วมในการสร้างรูปแบบสังคมที่ยุติธรรม   และเปี่ยมด้วยสันติสุขที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น
                                                                   อิรินา  โบโกวา

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

กศน.อำเภอหนองหิน ร่วมงานมหกรรมกีฬา กศน.เกมส์ ประจำปี 2554 ณ จังหวัดเชียงใหม่


        เมื่อวันที่ 5-7 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา กศน.อำเภอหนองหิน นำโดย ท่านผู้อำนวยการประเด็จ  แปลงกันทา ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเชียงคาน รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอหนองหิน พร้อมด้วยบุคลากร กศน.อำเภอหนองหิน เข้าร่วมงานมหกรรมกีฬา กศน.เกมส์ ประจำปี 2554 ณ สนามกีฬาสมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กศน.อำเภอหนองหิน จัดโครงการค่ายบูรณาการเสริมสร้างความรู้ทักษะวิชาการและทักษะชีวิต เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ภายใต้โครงการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี


      เมื่อวันที่ 26-27 สิงหาคม 2554 กศน.อำเภอหนองหิน ดำเนินการจัดโครงการค่ายบูรณาการเสริมสร้างความรู้ทักษะวิชาการและทักษะชีวิต เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ภายใต้โครงการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี ณ วัดป่าวังวิโมกข์ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย มีนักศึกษากลุ่มเป้าหมายทุกระดับ จำนวน 120 คน ร่วมกิจกรรมโครงการแบบค่ายพักแรม 2วัน 1 คืน โดยกำหนดรูปแบบกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนทักษะทางวิชาการ จัดฐานการเรียนรู้จำนวน 4 ฐานการเรียนรู้ คือ ฐานการเรียนรู้ด้านภาษา(ไทย-อังกฤษ) ฐานการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ ฐานการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และฐานการเรียนรู้ด้านการส่งเสริมการอ่าน ส่วนทักษะชีวิต จัดกิจกรรมกระบวนการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติด การป้องกันโรคเอดส์ การดำเนินวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมกระบวนการกลุ่มแบบคิดเป็น และกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งกิจกรรมในแต่ละส่วนได้บูรณาการรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการดำเนินวิถีชีวิตของชุมชนสอดแทรกความรู้ทางวิชาการเน้นกระบวนการกลุ่มแบบประชาธิปไตย








กศน.อำเภอหนองหิน ส่งบุคลากรเข้าอบรมโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตย


        เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา บุคลากร กศน.อำเภอหนองหิน จำนวน 6 คน เข้าร่วมโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตย เกี่ยวกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ประจำปี 2554 ณ โรงแรมฟลอร่าฮิลล์ รีสอร์ต อำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งโครงการดังกล่าวที่ทาง สำนักงาน กกต.จังหวัดเลยจัดขึ้น นับว่าเป็นประโชยน์แก่คณะครู กศน. อันจะนำไปสู่กระบวนการเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจให้แก่นักศึกษา และประชาชนในตำบลที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเองได้ทราบต่อไป